แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้ราคาของ XRP ดิ่งลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 1.38 ดอลลาร์ หรือปรับตัวลดลงราว 5% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาตามข้อมูลจาก CoinGecko โดยก่อนหน้านี้ราคาเคยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบวันที่ 1.47 ดอลลาร์ ก่อนที่จะกลับทิศทางและย่อตัวลงมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนในตลาดเริ่มกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่ FED อาจจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ในการแถลงครั้งนี้ Warsh ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า FED ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างเคร่งครัด พร้อมชี้แจงว่าแรงกดดันด้านราคาสินค้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพบว่ากว่า 54% ขององค์ประกอบในดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลหรือ PCE ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 3% ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อยังคงวิ่งอยู่เหนือระดับเป้าหมายที่วางไว้
ประธาน FED ยังได้เน้นย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินนโยบาย และทาง FED อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในการประชุมรอบเดือนกันยายนนี้ หากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อยังไม่ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งการส่งสัญญาณในลักษณะนี้ย่อมส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะลดความน่าดึงดูดของสินทรัพย์เก็งกำไรอย่างคริปโตลงไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคา XRP จะมีการปรับฐานลงมาในระยะสั้น แต่ภาพรวมของราคาก็ยังคงยืนอยู่เหนือระดับต่ำสุดในรอบก่อนหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ว่าราคาของเหรียญยังคงมีผลตอบแทนเป็นบวกอยู่ราว 39% ตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมของ FED ในเดือนกันยายนจะกลายมาเป็นหมุดหมายสำคัญที่บรรดานักเทรดคริปโตทั่วโลกต้องจับตาดูทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา: u.today
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การย่อตัวของ XRP ในรอบนี้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยตรงต่อความตึงตัวของนโยบายการเงินสหรัฐฯ เมื่อประธาน FED แสดงท่าทีเข้มงวดและไม่ตัดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย สภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจึงเกิดการชะลอตัวและทำให้นักลงทุนเลือกที่จะลดความเสี่ยงลงชั่วคราว แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจากการไหลเข้าของเงินทุน ETF และการพัฒนาเครือข่ายจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ในระยะสั้นความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคจะยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาหลัก และนักลงทุนควรระมัดระวังแรงขายต่อเนื่องหากตลาดยังคงกังวลเรื่องดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
crypto market Fed inflation Jackson Hole kevin Warsh PCE Ripple xrp

Channarong Noramat
"Content is King" คือคติประจำใจ ชื่นชอบในเทคโนโลยี รักในการค้นคว้าข้อมูล และเชื่อใน Blockchain จึงผันตัวมาเป็นนักเขียน มั่นใจว่าวงการเทคฯ ในอนาคตยังมีอะไรอีกหลายอย่างรออยู่ และพร้อมเสมอที่จะ Ride the wave
แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้ราคาของ XRP ดิ่งลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 1.38 ดอลลาร์ หรือปรับตัวลดลงราว 5% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาตามข้อมูลจาก CoinGecko โดยก่อนหน้านี้ราคาเคยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบวันที่ 1.47 ดอลลาร์ ก่อนที่จะกลับทิศทางและย่อตัวลงมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนในตลาดเริ่มกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่ FED อาจจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ในการแถลงครั้งนี้ Warsh ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า FED ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างเคร่งครัด พร้อมชี้แจงว่าแรงกดดันด้านราคาสินค้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพบว่ากว่า 54% ขององค์ประกอบในดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลหรือ PCE ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 3% ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อยังคงวิ่งอยู่เหนือระดับเป้าหมายที่วางไว้ประธาน FED ยังได้เน้นย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินนโยบาย และทาง FED อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในการประชุมรอบเดือนกันยายนนี้ หากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อยังไม่ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ซึ่งการส่งสัญญาณในลักษณะนี้ย่อมส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะลดความน่าดึงดูดของสินทรัพย์เก็งกำไรอย่างคริปโตลงไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคา XRP จะมีการปรับฐานลงมาในระยะสั้น แต่ภาพรวมของราคาก็ยังคงยืนอยู่เหนือระดับต่ำสุดในรอบก่อนหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ว่าราคาของเหรียญยังคงมีผลตอบแทนเป็นบวกอยู่ราว 39% ตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมของ FED ในเดือนกันยายนจะกลายมาเป็นหมุดหมายสำคัญที่บรรดานักเทรดคริปโตทั่วโลกต้องจับตาดูทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิดต่อไป




